วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11

วันที่ 28 เมษายน 2560 
เวลา 13.30 - 16.30


การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น (ต่อ)
    
 3. ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
          ทักษะการช่วยเหลือตนเอง ที่จะส่งเสริมให้เด็กพิเศษนั้น เราจะเน้นให้เด็กนั้นได้เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด การกินอยู่ การเข้าห้องน้ำ การแต่งตัว และ กิจวัตรต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
          การสร้างความอิสระ คือ การที่เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง อยากทำงานตามความสามารถ เพราะเด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน เด็กที่โตกว่า และผู้ใหญ่ และคนเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนครูของพวกเขา


ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ
     1. การได้ทำด้วยตนเอง
     2. เชื่อมั่นในตนเอง
     3. เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี

หัดให้เด็กทำเอง
         ครูและพ่อแม่ หรือผู้ปกครองไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น (เราต้องใจแข็ง) ผู้ใหญ่ส่วนมากมักทำสิ่งต่างๆ ให้เด็กมากเกินไป จนบางครั้งเด็กทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเพราะไม่ได้เกิดการเรียนรู้ และบางคนชอบพูดกับเด็กว่า  “ หนูทำช้า ”  “ หนูยังทำไม่ได้ ” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเด็กสามารถทำได้เองเพียงแต่เราต้องให้เวลากับเขาให้เขาทำ
จะช่วยเมื่อไหร่


      4. ทักษะพื้นฐานทางการเรียน
                    - การช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้
                    - มีความรู้สึกดีต่อตนเอง
                    - เด็กรู้สึกว่า “ฉันทำได้”
                    - พัฒนาความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
                    - อยากสำรวจ อยากทดลอง
                      ช่วงความสนใจ
                    - ต้องมีก่อนการเรียนรู้อื่นๆ
                    - จดจ่อต่อกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่งได้นานพอสมควร
                      การเลียนแบบ

     1. การทำตามคำสั่ง คำแนะนำ
              - เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่
              - เด็กเข้าใจคำศัพท์ที่ครูใช้หรือไม่
              - คำสั่งยุ่งยากซับซ้อนไปหรือไม่

     2. การรับรู้ การเคลื่อนไหว
   ได้ยิน เห็น สัมผัส ลิ้มรส กลิ่น --->  ตอบสนองอย่างเหมาะสม

     3. ความจำ จากการสนทนา
            - เมื่อเช้าหนูทานอะไร
            - แกงจืดที่เรากินใส่อะไรบ้าง
            - จำตัวละครในนิทาน
            - จำชื่อครู เพื่อน
            - เล่นเกมทายของที่หายไป

     4. การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
          1. จัดกลุ่มเด็ก
          2. เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
          3. ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
          4. ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง
          5. ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
          6. ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
          7. บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
          8. รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
          9. มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
         10. เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง
         11. พูดในทางที่ดี
         12. จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว
         13. ทำบทเรียนให้สนุก



การประเมินผล
 ตนเอง :      ตั้งใจเย็น จดความรู้ที่อาจารย์มอบให้
 เพื่อน :        ตั้งใจเรียนมาก สนุกกับสิ่งที่อาจารย์สอน มึความสุข
อาจารย์:      อาจารย์สอนดี  เข้าใจง่าย

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10

วันที่ 21 เมษายน 2560 
เวลา 13.30 - 16.30

การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรม เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศ


         การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรม เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษนั้นก็เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) 
ได้แก่

1. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
     - เพิ่มทักษะพื้นฐานด้านสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด
     - เกิดผลดีในระยะยาว
   -  เน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ แทนการฝึกแต่เพียงทักษะทางวิชาการ
     - แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program; IEP)
     - โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะทาง โรงเรียนเรียนร่วม ห้องเรียนคู่ขนาน

2.การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
     - การฝึกฝนทักษะในชีวิตประจำวัน (Activity of Daily Living Training)
     - การฝึกฝนทักษะสังคม (Social Skill Training)
     - การสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story)

3. การบำบัดทางเลือก
     - การสื่อความหมายทดแทน (AAC)
     - ศิลปกรรมบำบัด (Art Therapy)
     - ดนตรีบำบัด (Music Therapy)
     - การฝังเข็ม (Acupuncture)
     - การบำบัดด้วยสัตว์ (Animal Therapy) เพราะเด็กพิเศษจะเข้าหาสัตว์มากกว่ามนุษย์

การสื่อความหมายทดแทน  (Augmentative and Alternative Communication ; AAC)


     - การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
    - โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS)
     - เครื่องโอภา (Communication Devices)
     - โปรแกรมปราศรัย

บทบาทของครู

     ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู ควรให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู และจัดให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง



การส่งเสริมทักษะต่างๆ ของเด็กพิเศษ

     1. ทักษะทางสังคม
          เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพ่อแม่ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆ อย่างมีความสุข
       
    กิจกรรมการเล่น
          การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ ซึ่งในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง

     ยุทธศาสตร์การสอน
          เด็กพิเศษหลายๆ คนไม่รู้วิธีเล่น ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร เพราะฉะนั้นครูควรเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง จากนั้นครูทำการจดบันทึก และนำมาทำแผน IEP

  การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
          ให้วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆ อย่าง โดยคำนึงถึงเด็กทุกๆ คน ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คนโดยเล่นรวมกัน เพราะเด็กปกติทำหน้าที่เหมือน “ครู” ให้เด็กพิเศษ

     ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
          ครูควรอยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจ ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู และไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป ในกรณีที่เด็กเบื่อของเล่นก็ควรเอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่นให้เด็กพิเศษได้เล่นร่วมกันกับเด็กปกติได้นาน และให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม

   การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
          ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน ทำโดย “การพูดนำของครู” 

    ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
          การสอนให้เด็กรู้กฎเกณฑ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ เราต้องให้โอกาสเด็ก เพราะเด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆ เหมือนเพื่อนในห้อง และครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง

2. ทักษะภาษา

    การวัดความสามารถทางภาษา

            การเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม การตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม การถามหาสิ่งต่างๆ ได้ไหมการบอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไหม การใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม เป็นต้น

     การออกเสียงผิด / พูดไม่ชัด

           การพูดตกหล่น การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง การติดอ่าง

     การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
          ครูและผู้ใหญ่ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด ต้องห้ามบอกเด็กว่า “พูดช้าๆ” “ตามสบาย” “คิดก่อนพูด” อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
     
      ทักษะพื้นฐานทางภาษา
1. ทักษะการรับรู้ภาษา
2. การแสดงออกทางภาษา
3. การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด

      ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
1. การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
2. ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
3. ให้เวลาเด็กได้พูด
4. คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
5. เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
6. เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
7. ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
8. กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
9. เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
10. ใช้คำถามปลายเปิด เช่น วันนี้หนูกินข้าวกับอะไรคะ
11. เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
12. ร่วมกิจกรรมกับเด็ก



การประเมินผล

 ตนเอง : ตั้งใจศึกษาดูงาน ตั้งใจเรียนรู้ 

 เพื่อน : ตั้งใจเรียน สนุกกับสิ่งที่ครูสอน

 อาจารย์ :ใช้การอธิบายที่เข้าใจง่าย