วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8

วันที่ 17 มีนาคม 2560 
เวลา 13.30 - 16.30


การศึกษาแบบเรียนรวม


            รูปแบบการจัดการศึกษานั้นมีด้วยกันทั้งหมด 4 รูปแบบ คือ
     1. การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)
     2. การศึกษาพิเศษ (Special Education)
     3. การศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
     4. การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)

          โดยการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขาซึ่งความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming) คือ การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไปโดยมีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน ซึ่งครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษจะต้องร่วมมือกันและการศึกษาแบบเรียนร่วมนั้นก็จะมีอีกแบบ คือ การเรียนร่วมบางเวลา (Integration) โดยการเรียนร่วมบางเวลานี้จะเป็นการจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติได้ในบางเวลา เพื่อให้เด็กพิเศษได้มีโอกาสแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ เพราะเด็กพิเศษบางคนที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมากจะไม่อาจเรียนร่วมแบบเต็มเวลาได้

การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)
          การเรียนร่วมแบบเต็มเวลา คือ การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน โดยเด็กพิเศษจะได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันและมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และเด็กปกติจะต้องยอมรับความหลากหลายของมนุษย์ เข้าใจว่าคนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ท่ามกลางความแตกต่างกัน มนุษย์เราต้องการความรัก ความสนใจ ความเอาใจใส่เช่นเดียวกันทุกคน

การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)
          การศึกษาแบบเรียนรวมนั้นหมายถึง  การศึกษาสำหรับทุกคน การรับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
Wilson , 2007
          การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน (Inclusion) เป็นหลัก การสอนที่ดีจะเป็นการสอนที่ครูกับนักเรียนช่วยกันให้ทุกคนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน กิจกรรมทุกชนิดที่จะนำไปสู่การสอนที่ดี (Good Teaching) ต้องคิดอย่างรอบคอบเพื่อหาหนทางให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนได้ เพื่อเป็นการกำหนดทางเลือกหลายๆ ทาง

สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
          การศึกษาแบบเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
          การเรียนรวม เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเด็กคนใดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ดังปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า การศึกษาสำหรับทุกคน (Education for All)




ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวม สำหรับเด็กปฐมวัย

     1. ปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้

     2. ครูปฐมวัยจะต้องมีความเชื่ออยู่เสมอว่าไม่ว่าเด็กจะเป็นแบบไหนก็แล้วแต่ครูสามารถ “ สอนได้ ”

     3. เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด

บทบาทครูปฐมวัย ในห้องเรียนรวม
     1. ครูไม่ควรวินิจฉัย
        การวินิจฉัย หมายถึง การตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง จากอาการที่แสดงออกมานั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้
     2. ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
- เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไป
- เด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ
     3. ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
- พ่อแม่ของเด็กพิเศษ มักทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา
- พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว
- ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ
- ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง เท่ากับเป็นการบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้
- ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา

ครูทำอะไรบ้าง?
     1. ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ
     2. ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย
     3. สังเกตเด็กอย่างมีระบบ
     4. จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ


ประโยชน์ / การนำไปใช้
          เราได้ตระหนักถึงคุณค่าของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติหรือเด็กพิเศษนั้นทุกคนมีคุณค่าภายในตัวและในฐานะที่เราเป็นครู เราไม่ควรเลือกนักเรียนที่เราจะสอนว่าจะเป็นเด็กแบบไหน เพราะเด็กทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการสอนของครู ที่ครูจะมอบให้ค่ะ




การประเมินผล
 ตนเอง : ตั้งใจเรียน ฟังและจดบันทึกที่อาจารย์สอน
 เพื่อน : ตั้งใจเรียน สนุกกับการเรียน
 อาจารย์ : อาจารย์อธิบายเข้าใจง่ายค่ะ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น